วิธีการจั่วใบที่ 3 ของฝั่งผู้เล่นและก็อัตราการชำระเงินของเกมบาคาร่าออนไลน์

สำหรับเกมบาคาร่านั้นเป็นเกมพนันอีกหนึ่งเกมที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานมากแค่ไหนก็ไม่อาจจะทำให้เกมนี้เป็นที่นิยมที่ลดลงเลยอะไร ก็ยังเป็นเกมยอดนิยมจากเหล่านักการพนันทั่วทั้งโลกอยู่ดี ซึ่งคุณสามารถหาเล่นได้ไม่ยากจากดูเหมือนจะทุกเว็บคาสิโนออนไลน์ที่เปิดบริการเป็นอย่างมาก ถือได้ว่าเกมส์ที่ทุกเว็บควรมีให้เล่นอย่างแน่แท้ แถมยังสามารถเล่นได้ตลอด 1 วันอีกด้วย

แล้วก็ด้วยรูปแบบของเกมส์ที่เป็นการพนันระหว่างฝั่งของผู้เล่นรวมทั้งเจ้ามือที่มิได้สลับซับซ้อนอะไรมากมาย แต่ว่าอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้เล่นผู้คนจำนวนมากนั้นจะงงมากนั้นเป็นเรื่องของอัตราการชำระเงินแล้วก็กฎการเรียกไพ่ใบที่ 3 ของฝั่งเจ้ามือ ซึ่งในเนื้อหานี้ พวกเราจะมาศึกษากันแบบละเอียดๆกันเลย

 

เกมบาคาร่าออนไลน์

เริ่มด้วยข้อมูลเบื้องต้นของตัวเกมไพ่บาคาร่าออนไลน์กันก่อนเลย โดยที่เกมส์บาคาร่านั้นเป็นการพนันด้วยไพ่ระหว่างฝั่งเจ้ามือ (Banker) แล้วก็ฝั่งผู้เล่น (Player) ซึ่งผลสรุปที่ออกนั้นสามารถออกได้ 3 แบบก็คือ ฝั่งผู้เล่นชนะ ฝั่งเจ้ามือชนะ และก็เท่ากันนั่นเอง โดยที่ตัวเกมไพ่นั้นจะประเมินผลแพ้ชนะกันด้วย 9 แต้ม หากฝั่งที่พวกเราลงพนันนั้นได้พอๆกับ 9 แต้มพอดิบพอดี หรือใกล้ 9 แต้มมากยิ่งกว่าอีกฝั่งก็ถือจะจัดว่าชนะสำหรับเพื่อการพนันไป

เรื่องของแต้ม บาคาร่าออนไลน์ นั้นก็เป็นอีกหัวข้อที่สำคัญที่จำต้องทำความเข้าใจ สำหรับเกมบาคาร่านั้น การนับแต้มบนไพ่จะนับเพียงแค่จำนวน ไม่สนใจสีอ หรือเครื่องหมายต่างๆโดยจะมีค่าดังต่อไปนี้

– ไพ่ A มีค่าพอๆกับ 1 แต้ม

– ไพ่ 2 , 3 , 4 , 5 , 6 , 7 , 8 , 9 มีค่าแต้มตามหน้าไพ่

– ไพ่ 10 , J , Q , K มีค่าพอๆกับ 0 แต้ม หรือไพ่บอด

แต่ว่าถ้าแต้มรวมของไพ่ในมือแต่ละฝั่งนั้นรวมกันแล้วเกิน 9 แต้ม ให้ถือเอาหลักหน่วยของแต้มรวมเอามาแข่งขันพนันกันแทน ในเรื่องที่ฝ้ายข้างใดข้างหนึ่งได้แต้มรวมพอๆกับ 8 หรือ 9 ตั้งแต่ตาแรก พวกเราเรียกว่า “แนชเชอรัล” ข้างนั้นจะชนะในทันที ละเว้นค่าแต้มรวมเสมอกัน ผลที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันจะออกเป็นเสมอนั่นเอง

 

อัตราการชำระเงินของเกมบาคาร่าออนไลน์แบบต่างๆ

สำหรับอัตราการชำระเงินของเกมบาคาร่าออนไลน์นั้น จะถูกแบ่งได้เป็นส่วนต่างๆซึ่งคุณสามารถมองเห็นได้จากบนโต๊ะเกมบาคาร่าอย่างเห็นได้ชัด มองง่าย เข้าใจง่าย โดยจะมีอยู่ 10 แบบก็คือ

– Playerเป็นฝั่งผู้เล่นชนะ จำนวนมากจะแทนด้วยสีน้ำเงิน ซึ่งอัตราการจ่าย 1:1 เท่า

– Bankerหมายถึงฝั่งเจ้ามือชนะ หรือ โดยมากจะแทนด้วยสีแดง ซึ่งอัตราการจ่าย 1:0.95 เท่า

– Player Pairหมายถึงการทายผล ไพ่ฝั่งผู้เล่น 2 ใบแรก จะออกไพ่เช่นเดียวกันทั้งคู่ใบ อัตราการจ่าย 1:11 เท่า

– Banker Pairเป็นการทายผลไพ่ฝั่งเจ้ามือ 2 ใบแรก จะออกไพ่แบบเดียวกันทั้งคู่ใบ อัตราการจ่าย 1:11 เท่า

– Perfect Pairเป็นการทายผลไพ่ดับเบิ้ลทั้งสอง เป็นการทายว่าไพ่ฝั่ง Player แล้วก็ Banker นั้นจะออกไพ่เช่นกันตั้งแต่ 2 ใบแรกนั่นเอง แม้กระนั้นไพ่ทั้งคู่ฝั่งไม่นั้นจึงควรแบบเดียวกัน อัตราการจ่าย 1:25 เท่า

– Any Pairหมายถึงการทายผลไพ่ว่า ถ้าหากมีไพ่คู่ใดคู่หนึ่งของทั้งคู่ฝั่งจะออกไพ่คู่ ก็จะนับว่าทายผลถูก อัตราการจ่าย 1:5 เท่า

– Bigเป็นการทายผลว่าจะมีการจั่วเกิดขึ้นในเกม ไม่ว่าจะจั่วทั้งคู่ฝั่ง หรือ จั่วเพียงแค่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งก็ตามจะจัดว่าทายผลถูก อัตราการจ่าย 1:0.5 เท่า

– Smallหมายถึงการทายผลว่าจะไม่มีการจั่วทั้งคู่ฝั่งเกิดขึ้นในเกม ไม่ว่าจะฝั่งใดฝั่งหนึ่งก็ตาม ถ้าเกิดในเกมไม่มีการจั่วจะจัดว่าทายผลถูก อัตราการจ่าย 1:1.5 เท่า

– Tieหมายถึงการทายผลไพ่ เสมอ แต้มไพ่ของทั้งสองฝ่ายนั้นจำเป็นจะต้องเสมอกัน อัตราการจ่าย 1:8 เท่า

– Bonusหมายถึงผู้ทายผลจะได้เงินเป็นปริมาณคูณพอๆกับแต้มที่ห่างกันของสองฝั่ง แล้วก็แต้มที่ห่างกันอัตราการจ่ายของโบนัสจะขึ้นกับแต้มที่ห่างกันของแต่ละฝั่ง

 

 

ในเรื่องที่ผลหน้าแต้มรวมกันของแต่ละฝั่งมีค่าไม่เกิน 5 แต้ม ฝั่งนั้นสามารถขอเปิดไพ่ใบที่ 3 ได้ ซึ่งจะได้เป็นใบในที่สุด แต่ว่าดังนี้การจั่วใบที่ 3 ในเกมบาคาร่าของทางฝั่งเจ้ามือจะขึ้นกับข้อแม้ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นอีกด้วย

– ถ้าเกิดไพ่ใบที่ 3 ฝั่งผู้เล่นได้แต้มเป็น 8 ส่วนฝั่งเจ้ามือมีแต้มไพ่รวม 3 แต้ม ฝั่งเจ้ามือไม่อาจจะเปิดไพ่เพิ่มได้

– ถ้าเกิดไพ่ใบที่ 3 ฝั่งผู้เล่นได้แต้มหน้าไพ่เป็น 0,1,8,9 ฝั่งเจ้ามือมีแต้มไพ่รวม 4 แต้ม ฝั่งเจ้ามือไม่สามารถที่จะเปิดไพ่เพิ่มได้

– หากไพ่ใบที่ 3 ฝั่งผู้เล่นได้แต้มหน้าไพ่เป็น 0,1,2,3,8,9 ฝั่งเจ้ามือมีแต้มไพ่รวม 5 แต้ม ฝั่งเจ้ามือไม่อาจจะเปิดไพ่เพิ่มได้

– ถ้าหากไพ่ใบที่ 3 ฝั่งผู้เล่นได้แต้มหน้าไพ่เป็น 0,1,2,3,4,5,8,9 ฝั่งเจ้ามือมีแต้มไพ่รวม 6 แต้ม ฝั่งเจ้ามือไม่อาจจะเปิดไพ่เพิ่มได้

– ถ้าหากแต้มรวมไพ่ฝั่งเจ้ามือส่งผลรวมพอๆกับ 7 แต้ม ฝั่งเจ้ามือจะไม่อาจจะเปิดไพ่เพิ่มได้

Give a Comment